หน้ารวมกลุ่มเว็บบอร์ด > สร้างสรรค์ เสวนา กระดานความรู้ระหว่างทหารกับประชาชน > ฉากหนึ่งของสงครามที่ไม่ควรมอ...

ฉากหนึ่งของสงครามที่ไม่ควรมองข้าม ยามเมื่อต้องเจรจาจบสงครามอ่าวครั้งแรก โดย จักรกลสงคราม


 

          17 มกราคม 2534 เวลา 0300 กำลังทางอากาศของกองทัพสหรัฐฯ และพันธมิตรเริ่มปฏิบัติการโจมตีฝ่ายอิรักในปฏิบัติการ Desert Storm  เวลา 0240 ฝูงบินรบจาก 6 ชาติจากสนามบินต่างๆทั่วซาอุดิอาระเบีย บาห์เรน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และกาตาร์ รวมทั้งจากเรือบรรทุกเครื่องบินของอเมริกันในอ่าวเปอร์เซีย และทะเลแดง ที่ต่างมุ่งขึ้นเหนือเพื่อให้อยู่ในระยะที่จะส่งเครื่องบินรบให้อยู่ในระยะปฏิบัติการ กองเรือประจัญบานวิสคอนซินก็เตรียมยิงจรวดโทมาฮอว์ค ขณะเดียวกับฝูงบินทิ้งระเบิด แบบบี-52 ที่บรรทุกจรวดร่อนที่ทันสมัยซึ่งออกแบบมาให้สามารถบรรจุหัวรบนิวเคลียร์ได้เพื่อไว้ใช้ยิงเข้าไปในรัสเซีย ที่ออกบินเดินทางมาจากฐานทัพอากาศ บาร์กสเดลล์ หลุยส์เซียน่า อันไกลโพ้นก็กำลังบินอยู่บนท้องฟ้าและใกล้อิรักเข้าไปทุกขณะ ฝูงเฮลิคอปเตอร์ของหน่วยปฏิบัติการพิเศษนับสิบเครื่องก็จะเริ่มโจมตี ด้วยการบินฝ่าความมืดมิดที่เกือบมืดสนิทเข้าไป ที่ความสูงเพียง 30 ฟุตเหนือพื้นทรายเป้าหมายเพื่อทำลายที่ตั้งเรดาร์แจ้งเตือนสองแห่งของอิรัก  เวลาที่เป้าหมายแรกถูกทำลายคือเวลา 0247 เป็นเป้าหมายของหน่วยปฏิบัติการพิเศษ นั่นคือฉากเริ่มของสงคราม

          ถัดจากการเริ่มโจมตีอย่างต่อเนื่องด้วยกำลังทางอากาศมาอีก 38 วัน ตรงกับวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2534 พลเอก นอร์แมน ชวาร์ซคอร์ฟ ผู้บัญชาการกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ ก็เริ่มทยอยโทรศัพท์ถึงผู้บังคับหน่วยเพื่อสั่งการหน่วยรองกำลังภาคพื้นดินให้เข้าตีฝ่ายอิรัก หลังจากทำเนียบขาวสั่งให้บุกทางพื้นดิน โดยเขาเริ่มโทร.ตั้งแต่เวลา 1500 จนถึงเวลา 1945 ได้แก่ กองพลเคลื่อนที่ทางอากาศที่ 101  กองพลทหารม้าที่ 1 กองพลทหารราบยานเกราะที่ 24 กองพลส่งทางอากาศที่ 82 กองพลยานเกราะที่กองพลทหารราบที่และกองพลยานเกราะที่ 1

          วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2534 เวลา 0400 เป็นเวลา 39 วันนับจากเริ่มโจมตีด้วยกำลังทางอากาศ  กำลังรบภาคพื้นดินก็เริ่มรุกจากดินแดนของซาอุดิอาระเบียข้ามพรมแดนเข้าไปในคูเวตและอิรัก   ต่อไปนี้คือบางส่วนของบันทึกที่เรียงร้อยออกมาเป็นหนังสือ It Doesnt Take A Hero ของพลเอกนอร์แมน ชวาร์ซคอร์ฟ ผู้บัญชาการรบในปฏิบัติการดังกล่าว

          ในความมืดมิดและสายฝนอันเยียบเย็น  ภายใต้การยิงคุ้มกันของปืนใหญ่เฮาวิตเซอร์ขนาด 155 มม.   นาวิกโยธินหน่วยแรกก็ข้ามพรมแดนเข้าไปยังคูเวต ใช้รถถังเอ็ม-60 และเฮลิคอปเตอร์คอบร้าเป็นหน่วยนำ ติดตามด้วยทหารนับพันนายบนยานเกราะลำเลียงพลและรถฮัมวี่   บรรดาทหารหาญต้องสวมเครื่องแบบที่เทอะทะรุ่มร่ามเพื่อป้องกันอาวุธเคมี และพกหน้ากากป้องกันไอพิษเหน็บติดไปกับเข็มขัดสนามด้วย   ช่วงเวลานั้นประธานาธิบดีบุช ก็ออกมาปรากฎทางทีวี เมื่อเวลา 0600 ตามเวลาในซาอุฯ เพื่อประกาศว่าขณะนี้การปลดปล่อยคูเวตได้เข้าสู่ขั้นตอนสุดท้ายแล้ว   นาวิกโยธินได้แทรกซึมผ่านแนวป้องกันขั้นที่ 1 ไปเรียบร้อยแล้ว และขณะที่กำลังรุกคืบหน้าต่อไปนั้น  กองพลน้อยยานเกราะ 2 กองพลน้อยของซาอุฯและกองพลน้อยผสมของชาติอาหรับในอ่าวเปอร์เซีย หน่วยเดียวกับที่ได้เคยขับไล่กำลังของอิรักออกไปที่ อัล คาฟจี(Al Khafji) ก็ข้ามพรมแดนมุ่งขึ้นเหนือไปตามถนนเลียบชายฝั่งตรงไปยังกรุงคูเวตซิตี้

          ห่างไปอีกเกือบ 300 ไมล์ทางทิศตะวันตก   ยานเกราะของกองพลยานเกราะเบาที่ 6 ของฝรั่งเศสก็กำลังเคลื่อนที่ข้ามทะเลทรายที่เป็นช่วงพื้นหินแบบลูกคลื่นระยะกว่า 30 ไมล์เข้าไปยังอิรัก เคียงข้างไปกับกองพลน้อยส่งทางอากาศของกองพลส่งทางอากาศที่ 82   ทั้งสองหน่วยมีภารกิจที่จะต้องเข้ายึดฐานทัพอากาศ อัล ซาลมาน(Al Salman) และบริเวณพื้นที่โดยรอบ  ซึ่งเป็นที่ตั้งยิงจรวดสกั๊ด(Scud) ไปยังกรุงริยาดห์   รวมทั้งถือเป็นเป้าหมายที่ไกลที่สุดออกไปทางตะวันตกของปีกการเข้าตีของฝ่ายพันธมิตร   ขณะเดียวกัน ประมาณ 30 ไมล์ทางตะวันออกของกำลังของฝรั่งเศสและกองพลส่งทางอากาศที่ 82 นั้น  กองพลเคลื่อนที่ทางอากาศที่ 101 กลับต้องชักช้าลงด้วยอุปสรรคของสายฝนและหมอก  แต่ก็พร้อมส่งกองทัพเฮลิคอปเตอร์โจมตีที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ มีเฮลิคอปเตอร์กว่า 300 เครื่อง ทั้ง อาปาเช่ คอบร้า แบล็คฮอว์ค ฮิวอี้ และชินุก ที่ขับเคลื่อนด้วยนักบินทั้งชายและหญิง   กำลังขนส่งยุทโธปกรณ์ทั้งหมดของกองพลน้อยทั้ง รถฮัมวี่ ปืนใหญ่เฮาวิตเซอร์พร้อมด้วยกระสุนและเชื้อเพลิงอีกนับสิบตัน  เดินทาง 50 ไมล์เข้าไปในอิรัก   เพื่อจัดตั้งฐานยิงขนาดยักษ์ ที่ซึ่งเป็นฐานให้เฮลิคอปเตอร์แบบโจมตีจะสามารถเข้าไปโจมตีได้ถึงแถบหุบเขายูเฟรตีสได้ง่ายขึ้น   ทั้งหมดนั่นคืออีกฉากเริ่มของสงครามภาคพื้นดิน

          การรบผ่านไปได้ 4 วัน ในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2534 เวลา 0500 (เวลาในซาอุฯ) กองกำลังภาคพื้นดินก็หยุดการรุกคืบหน้าเพื่รอการเจรจา  โดยสามารถขับไล่กำลังฝ่ายอิรักออกไปจากคูเวตได้หมดสิ้นแล้ว คงเหลือเฉพาะเชลยศึก    ประธานาธิบดีบุชก็ออกมาแถลงทางทีวีอีกครั้งเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2534 เวลา 3 ทุ่ม(เวลาในสหรัฐฯ) ก่อนจะยุติจริง และแจ้งว่าทหารทั้งสองฝ่ายจะจัดการเจรจาหยุดยิงกันอย่างเป็นทางการภายใน 48 ชั่วโมงนับจากนั้นไป

          “ผมหารือกับ เพาเวลล์ เกี่ยวกับการใช้ดาดฟ้าเรือรบ มิสซูรี่ เป็นสถานที่สำหรับเจรจาหยุดยิง   ดักลาส แม็คอาเธอร์ เคยใช้ดาดฟ้าเรือรบเป็นที่ยอมรับความพ่ายแพ้จากฝ่ายญี่ปุ่นเมื่อปี 2488  และผมต้องการทำให้เห็นแน่ชัดว่าการประชุมกันที่จะมีขึ้นนี้เป็นพิธีประกาศยอมแพ้ในทุกสิ่ง   แต่สุดท้ายแนวคิดก็ออกมาว่าไม่เหมาะสม   ประธานาธิบดีให้เวลาพวกเราเพียง 48 ชั่วโมง จนกว่าจะถึงเช้าวันเสาร์ที่จะเริ่มเจรจากัน   การนำคณะผู้แทนฝ่ายอิรักมายังเรือรบที่ลอยลำอยู่กลางอ่าวเปอร์เซีย ที่ยังไม่พูดถึงการขนส่งผู้แทนฝ่ายทหารจากทุกชาติในกองกำลังผสมบวกกับผู้สื่อข่าวอีกจำนวนนับไม่ถ้วนที่เราต้องการให้มาเป็นพยานในเหตุการณ์ ลองคิดดูว่าจะก่อความสับสนวุ่นวายเพียงใด ถ้าไม่สามารถควบคุมได้ก็ยิ่งแล้วใหญ่

          ตัวเลือกถัดมาคือฐานทัพอากาศจาลิบาห์(Jalibah) ซึ่งเป็นที่ตั้งค่ายทหารขนาดใหญ่ของอิรักตั้งอยู่ประมาณ 30 ไมล์ทางใต้ของยูเฟรตีส   เป็นที่ซึ่งกองทัพน้อยส่งทางอากาศที่ 18 เข้ายึดไว้ได้ในวันที่สามของการรบภาคพื้นดิน   ผมชอบจาลิบาห์ เพราะมันอยู่ลึกเข้าไปในดินแดนอิรัก 95 ไมล์ ซึ่งนั่นมันเป็นสัญลักษณ์ของชัยชนะ ขณะเดียวกันงานธุรการต่างๆก็จัดการง่ายกว่า ที่จะให้ผู้แทนของอิรักเดินทางมาถึงได้ทางรถยนต์ ประมาณ 80 ไมล์ทางตะวันตกของเมืองบาสรา(Basra) ทางถนนหมายเลข 8   เพาเวลล์เห็นด้วย และหลังจากได้รับอนุมัติจากทำเนียบขาวแล้ว กระทรวงการต่างประเทศก็แจ้งให้ฝ่ายอิรักทราบผ่านทางโซเวียตรัสเซีย

28 กุมภาพันธ์ 2534

          ผมนั่งคอยให้เวลาผ่านไปหลายชั่วโมงอยู่ในห้องวอร์รูม(War room) ตระหนักดีว่าคงจะหลีกเลี่ยงการเกิดปัญหาให้ต้องเข้าไปแก้ไขไม่ได้แน่  แต่ก็ยังรู้สึกมั่นใจอยู่ว่า ท้ายที่สุดแล้วทุกสิ่งมันก็จะลงตัวของมันเอง  จนเมื่อโทรศัพท์สายสุดท้ายดังขึ้นตอนตีสอง ของวันศุกร์(ผ่านขึ้นวันใหม่ไปแล้ว) เป็นสายของยีโอซ็อค(Yeosock) ที่โทรมาจากกองบัญชาการของเขามีปัญหาแล้วละครับ ที่ฐานทัพอากาศจาลิบาห์ แกรี่ ลัค(Gary Luck) บอกว่ามันอันตรายเกินไปเพราะมีวัตถุระเบิดที่ยังไม่ระเบิดอยู่เกลื่อนเต็มไปหมด

          โอ ตายละ blockquote{ border:1px solid #d3d3d3; padding: 5px; }

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล
รหัสป้องกันสแปม *CAPTCHA Image





ทุกท่านสามารถนำทุกส่วนของ Website ไปเผยแพร่/ประชาสัมพันธ์ได้ตามประสงค์ เว้นจะนำไปก่อให้เกิดความเสียหายต่อสมาชิก จปร.32