หน้ารวมกลุ่มเว็บบอร์ด > สร้างสรรค์ เสวนา กระดานความรู้ระหว่างทหารกับประชาชน > เหตุการณ์ประวัติศาสตร์ค่ายฝึกก...

เหตุการณ์ประวัติศาสตร์ค่ายฝึกการรบพิเศษแก่งกระจาน


user image

 วันนี้ตอนสาย ๆ ขณะที่กำลังเปิดไลน์อ่านอยู่ เสียงโทรศัพท์มือถือกริ่งเวอร์ทูจากไอโฟนก็ดังขึ้น หยีตาเพ่งมองรายชื่อที่ปรากฎบนหน้าจอก็เห็นชื่อเรืองศักดิ์ ลูกน้องเก่าสมัยอยู่แก่งกระจานปี 35 - 37 เป็นผู้โทรมา ซึ่งตอนนี้ได้เลื่อนยศจากจ่าสิบเอกเมื่อเกือบ 20 ปีก่อน ได้เป็นพันตรีแล้ว และกลับมาช่วยราชการทำหน้าที่รองผู้บังคับกองร้อยรบพิเศษที่ 1 ในปัจจุบัน หลังจากทักทายกันตามธรรมเนียมเรืองศักดิ์ก็แจ้งให้ทราบถึงประเด็นที่โทรมาหาคือ หน่วยต้องการจะรวบรวมประวัติศาสตร์สำคัญของหน่วยตั้งแต่เริ่มก่อตั้งมาในปี 2519 จนถึงปัจจุบัน โดยในห้วงที่ผมอยู่เป็น ผบ.ค่ายฝึกการรบพิเศษแก่งกระจานนั้น ค่ายฝึกการรบพิเศษแก่งกระจานได้มีโอกาสรับเสด็จสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ที่ประทับเฮลิคอบเตอร์ลำเลียงแบบ 47 หรือชินุคมาลงที่ค่าย ฯ เพื่อจะเสด็จไปยังต้นแม่น้ำเพชรบุรี และสรงน้ำในแม่น้ำเช่นเดียวกับที่รัชกาลที่ 5 เคยเสด็จมาเมื่อกว่าร้อยปีก่อน โดยเรืองศักดิ์ได้เกริ่นนำเรื่องดังกล่าวเท่าที่พอจะจำได้บางส่วน เช่น วันที่เสด็จคือ วันที่ 15 สิงหาคม 2537 คำถามที่ทรงตรัสถามผมว่าค่ายนี้มีอะไรน่าเยี่ยมชมบ้าง แล้วเรืองศักดิ์ก็สอบถามผมต่อว่ามีรายละเอียดอย่างอื่นที่พอจำได้ไหม

 
 
ผมหยุดไปสักพักเพื่อเดินทางย้อนเวลากลับไปในอดีตก็นึกถึงภาพที่ผมกล่าวถวายรายงาน แล้วย้อนกลับไปก่อนหน้าวันนั้นประมาณหนึ่งเดือนที่ผมได้รับการแจ้งเตือนว่าจะมีบุคคลวีไอพีเดินทางด้วยเฮลิคอบเตอร์มาลงที่สนามที่ว่าการกิ่งอำเภอแก่งกระจาน แต่ไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับค่ายฝึกการรบพิเศษแก่งกระจาน นอกจากอาจจะมีขบวนรถจากกิ่งอำเภอแก่งกระจานในขณะนั้นแล่นผ่านมาในค่ายเพื่อมุ่งไปยังเขาพะเนินทุ่ง หน้าที่ของผมและกำลังพลในค่ายฯ คือการเปิดทางผ่านและทำความสะอาดจัดระเบียบค่ายฯ ตามเส้นทางให้เรียบร้อย 
 
 
 
นอกเหนือจากนั้นคือการไปตรวจภูมิประเทศ ณ ที่หมายเพื่อว่าอาจจะมีการร้องขอจากทางกิ่งอำเภอมา จะได้ตอบสนองได้รวดเร็ว โดยการตรวจภูมิประเทศครั้งนี้ รองผู้อำนวยการกองยุทธการกองทัพภาคที่ 1 เดินทางมาด้วยตนเองพร้อมกับเฮลิคอปเตอร์ UH 1 หรือฮิวอี้ โดยบินมาจากกรุงเทพมาลงที่ค่ายประมาณสักบ่ายสองเข้าห้องวางแผนการเดินทางแล้วก็บินขึ้นมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตกสู่เขาพะเนินทุ่งโดยมีผมกระโดดขึ้น ฮ. ไปด้วย การบินในครั้งนี้ค่อย ๆ ไต่ระดับความสูงมากขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อหนีความสูงของยอดเขาที่สูงขึ้น ผมจำได้ว่าบินไปได้สักไม่ถึงครึ่งชั่วโมงฟ้าเบื้องหน้าเริ่มมืดลงจากก้อนเมฆขนาดใหญ่ที่ขยายปกคลุมผืนฟ้ามากขึ้น แล้วฐานเมฆก็เลื่อนต่ำลงมาจนบรรจบกับสันเขาพร้อมกับสยายปีกด้านข้างโอบมาทางด้านซ้ายและขวา ผมชะเง้อมองผ่านไหล่ของนักบินออกไปข้างหน้าทะลุกระจกที่ฝนเริ่มโปรยปรายลงมากระทบเป็นเม็ดเล็ก ๆ กระจายออกไปด้านข้าง สิ่งที่เห็นมีแต่ความดำทมึนของทิวเขาและก้อนเมฆที่ตอนนี้แยกด้วยสายตาแทบไม่ออกว่าส่วนไหนเป็นส่วนไหน
 
 
 
ไม่ถึงอึดใจนักบินก็หันมาถามรองผู้อำนวยการว่าทัศนวิสัยเป็นศูนย์แบบนี้คงต้องยกเลิกภารกิจ ซึ่งได้รับอนุมัติในทันที เฮลิคอปเตอร์เริ่มตีวงย้อนกลับมาตามทิศที่มา แต่โอ้วแม่เจ้า การหันหัวกลับมา  180 องศานั้นมิได้มีความแตกต่างเท่าไรนัก เพราะเมฆได้ม้วนอ้อมกลับมาปกคลุมท้องฟ้าจนดำมืดไม่แพ้ท้องฟ้าทางด้านทิศตะวันตกที่หันหลังให้ เสียงในห้องโดยสารดังสนั่นจากเสียงใบพัดหลักตัดอากาศและฝน ผู้โดยสารทุกคนได้แต่กระชับเข็มขัดนิรภัยให้แน่น แล้วมองไปข้างหน้ามือจับกับขอบเก้าอี้ช่วยกันลุ้นอยู่ในใจว่าอะไรจะเกิดขึ้น เฮลิคอปเตอร์ส่ายซ้ายขวาไปแรงลมพายุที่ก่อตัวและหมุนไปตามสายตานักบินที่พยายามมองหาเส้นทางการบินที่จะพาพวกเรากลับค่าย 
 
 
 
แล้วพวกเราก็หายใจได้หลังจากที่กลั้นลมหายใจลุ้นไปด้วย หลังจากที่ได้ยินเสียงสวรรค์ของนักบินที่บอกมาว่าเจอช่องแสงที่ง่ามเขาข้างหน้าแล้ว ซึ่งนั่นหมายความว่ามีช่องบินที่ไม่มีพายุฝนให้เราได้้มุ่งไปโดยที่ไม่ต้องกลัวว่าจะชนเขาเหมือนกับผู้เคราะห์ร้ายคนอื่น ๆ ที่อยู่ในสถานการณ์แบบเดียวกัน 
 
 
 
จะเป็นด้วยฟ้าบันดาลหรือเวลาชีวิตของผมยังไม่หมด หลังจากผมกลับมาถึงค่ายแล้วก็ถือโอกาสทำบุญใหญ่ด้วยการระดมทรัพยากรที่มีอยู่ในมือพัฒนาพื้นที่ค่ายฯ ทั้งหมดไม่เพียงแต่เส้นทางที่ขบวนยานยนต์วีไอพีจะแล่นผ่าน จนเป็นที่สงสัยของกำลังพลว่าพื้นที่อื่น ๆ เช่น สนามฟุตบอลหรือลานจอดเฮลิคอปเตอร์ของค่ายที่ไม่เกี่ยวข้อง และอาคารพักคอยข้างสนาม กลับได้รับการพัฒนาไปด้วยแม้ว่าจะไม่มีแผนการใช้งานในเวลาอันใกล้ ซึ่งผมเองก็ไม่ได้แจ้งเหตุผลในการสั่งการของผมในครั้งนี้
 
 
 
เวลาผ่านไปจนเหลือไม่ถึงอาทิตย์ ฝนที่แก่งกระจานตกกระหน่ำทั้งวันทั้งคืน จนน้ำในแก่งกระจานแทบล้นสปริงเวย์ และที่ส่งผลกระทบต่อหลายหน่วยงาน คือน้ำท่วมสนามดัดแปลงที่ทำไว้เตรียมการรับจอดเฮลิคอปเตอร์ของที่ว่าการกิ่งอำเภอแก่งกระจานจนไม่ปลอดภัยที่จะใช้งาน การเปลี่ยนแปลงแผนการปฏิบัติเพื่อความปลอดภัยจึงถูกกำหนดขึ้นมาใหม่ โดยผมได้รับคำสั่งด่วนให้เตรียมสนามขึ้นลงของเฮลิคอปเตอร์จำนวน 3 ลำ โดยมีการยืนยันว่าวีไอพีในครั้งนี้คือสมเด็จพระเทพ ฯ อย่างแน่นอน 
 
 
 
ซึ่งการเสด็จฯ มาในครั้งนี้ ได้ยังความปลื้มปิติเป็นล้นพ้นไม่แต่เพียงกำลังพลของค่ายฝึกการรบพิเศษแก่งกระจานเท่านั้น แต่ได้ยังแผ่ความยินดีปรีดาไปถึงครอบครัวกำลังพลทุกคนที่ทราบและได้มีโอกาสมารับเสด็จในครั้งนี้ด้วย และเหตุการณ์ในครั้งนั้นจะกลายเป็นประวัติศาสตร์ที่จะได้จารึกไว้เป็นเกียรติยศของค่ายการฝึกรบพิเศษแก่งกระจานตลอดไปชั่วกัลปาวสาน 
-----------------------------------


ผู้ตั้งกระทู้ เบญจพล (benjapol5-at-msn-dot-com) กระทู้ตั้งโดยสมาชิก :: วันที่ลงประกาศ 2013-03-11 12:25:25


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล
รหัสป้องกันสแปม *CAPTCHA Image





ทุกท่านสามารถนำทุกส่วนของ Website ไปเผยแพร่/ประชาสัมพันธ์ได้ตามประสงค์ เว้นจะนำไปก่อให้เกิดความเสียหายต่อสมาชิก จปร.32